ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากถึง 11,627,130 คน จากประชากรทั้งหมด 66,186,727 คน คิดเป็นร้อยละ 17.57% (ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุ สถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย 77 จังหวัด ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

การที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นทำให้มีปัญหาต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพกาย ซึ่งเกิดจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย และโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่งปัญหาด้านสุขภาพกายที่พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ “การหกล้ม”

1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ ล้มทุกปี โดยเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย 1.6 เท่า ล้มและใช้บริการห้องฉุกเฉิน เฉลี่ยวันละ 140 ราย ล้มและเสียชีวิต เฉลี่ยวันละ 2 ราย โดยพื้นที่เสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุได้นั้น เกิดบริเวณนอกบ้าน 65% และภายในบ้าน 31% (ข้อมูลสถิติจากกรมควบคุมโรคสำนักโรคไม่ติดต่อ)

ด้วยความผูกพัน ความคุ้นชิน และความทรงจำต่างๆ มากมายที่มีกับบ้านหลังเดิมที่อาศัยอยู่ การรีโนเวทบ้านเป็นสิ่งที่นอกจากจะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแล้ว ยังทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขกับการพักอาศัยบ้านหลังเดิมของตนเอง และสามารถค่อยๆ ปรับตัว ยอมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างมีความสุขทั้งทางกายและจิตใจ โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ ความปลอดภัย ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย

โดยแบ่งสามารถแบ่งพื้นที่ออกได้ ดังนี้

พื้นที่ทั่วไปภายในบ้าน

  1. พื้นไม่ยกระดับ ไม่มีธรณีประตู ใช้ทางลาดในการระบายน้ำ และวางรางระบายน้ำให้ขนานกับแนวประตูเพื่อกันน้ำไหลออกมานอกห้องน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้มเพราะน้ำเจิ่งนองอยู่ที่พื้นได้
  2. ควรติดตั้ง ราวจับทรงตัว ไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัวระหว่างเดิน ช่วยลดความเสี่ยงในการหกล้ม วัสดุปูพื้นควรเลือกใช้แบบที่มีพื้นผิวเรียบแต่ไม่ลื่น มีความนุ่มแต่ไม่ยวบ สามารถช่วยลดแรงกระแทกได้ และให้ผู้สูงอายุทรงตัวได้ดีขณะเดิน
  3. ประตูควรเป็น ประตูบานเลื่อนระบบรางแขวนด้านบน เพื่อไม่ให้มีธรณีประตูหรือรางกีดขวางด้านล่าง ช่วยลดโอกาสการสะดุดหกล้ม ควรมีความกว้างพอสมควรหากต้องรองรับการใช้งานของรถเข็น มือจับประตูมีขนาดเหมาะสม ใช้แรงน้อยในการเปิดปิด ไม่ลื่นมือ และไม่มีเหลี่ยมมุมที่อาจทำให้เกิดอันตรายจากการล้มกระแทกหรือเกี่ยวเสื้อผ้า
  4. หากผู้สูงอายุยังต้องขึ้น-ลงบันได ก็ควรติดตั้งลิฟต์บันได โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านข้อเข่าหรือด้านการเดิน ให้สามารถขึ้น-ลงบันไดได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  5. ทางเข้าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นควรมีทางลาดให้ขึ้น-ลงได้สะดวก อัตราส่วนของทางลาดอย่างน้อยไม่เกิน 1:12 คือ ถ้าพื้นสูง 1 เมตร ทางลาดต้องยาว 12 เมตร และควรติดตั้งราวจับที่มีความสูงประมาณ 80-90 เซนติเมตร แต่ถ้าหากทางลาดมีความยาวเกิน 5 -6 เมตรขึ้นไป ควรมีชานพักไว้ด้วยจะทำให้ผู้สูงอายุไม่เหนื่อยมากนัก
  6. ควรมีการติดตั้งไฟให้ทั่วถึง สำหรับการใช้งานตอนกลางคืนที่เป็นช่วงเวลาอันตราย
  7. เก็บบ้านให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ ไม่ให้มีข้าวของระเกะระกะขวางทาง เพราะนั่นอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการเผลอไปเหยียบลื่นล้มได้โดยที่ไม่ทันได้ระวัง
  8. ชั้นวางของต่างๆไม่ควรทำให้อยู่สูงเกินไปจนต้องหาบันไดมาปีนเพื่อหยิบ

ห้องนอน 

  1. ขนาดพื้นที่กว้างขวางพอสำหรับพักผ่อนและทำงานอดิเรก
  2. อยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว
  3. มีหน้าต่างในขนาดและระดับที่เหมาะสมให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกชัดเจนและรับแสงธรรมชาติได้
  4. เพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดตั้ง ไฟอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์ บริเวณเตียงและตามทางเดิน เพื่อช่วยนำทางให้ผู้สูงอายุลุกเดินไปห้องน้ำในเวลากลางคืนได้สะดวกยิ่งขึ้น
  5. อาจเลือกใช้เตียงปรับระดับไฟฟ้าที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุ มีราวกันตกและราวจับข้างเตียง
  6. ฟูกนอนแบบพิเศษ ช่วยให้ไม่เกิดการกดทับ

ห้องน้ำ 

  1. ควรแยกระหว่างส่วนเปียกกับส่วนแห้ง
  2. ไม่มีพื้นต่างระดับ
  3. พื้นผิวกระเบื้องที่เลือกใช้ต้องไม่ลื่นและมีค่าความฝืดที่เหมาะสม
  4. ติดตั้งราวจับทรงตัวทั้งในบริเวณส่วนเปียกและส่วนแห้ง ติดตั้งราวจับ ราวจับนี้สามารถให้อยู่ใกล้กับโถสุขภัณฑ์ สูงจากพื้นประมาณ 43-45 ซม. และควรทำให้แน่ใจว่าโถส้วมสูงพอที่จะนั่งและลุกขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้แรงมาก
  5. ควรมีราวพยุงตัวเป็นแนวขนานกับพื้น สูงประมาณ 70 ซม. (เพื่อรองรับการนั่งรถเข็นด้วย) ราวเหล่านี้ควรเป็นราวที่มีการยึดติดอย่างแข็งแรง ไม่หลุดออกได้ง่ายๆ ควรมีติดไว้ในที่ที่สำคัญ เช่น ใกล้กับบริเวณอ่างอาบน้ำ เอาไว้จับขณะก้าวเข้าหรือออกจากอ่างอาบน้ำ
  6. มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัย เก้าอี้นั่งอาบน้ำ

ควรยึดติดไว้หรือตั้งไว้อย่างมั่นคง เพื่อให้ผู้สูงอายุไม่ต้องยืนอาบน้ำให้เมื่อย และการยืนอาบน้ำก็มีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าการนั่ง ซึ่งเก้าอี้ที่เป็นอุปกรณ์นั้นต้องเป็นสินค้าคุณภาพดี วัสดุดี ไม่ลื่นง่าย

  1. ติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วย หากเกิดการล้มและเหตุฉุกเฉินคนในบ้านจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  2. อ่างล้างหน้า อ่างล้างหน้าให้อยู่ที่ระดับที่สะดวกสำหรับการนั่งรถเข็นด้วย นั่นคือสูงประมาณ 75 ซม. เพื่อความสะดวกหากต้องใช้รถเข็น
  3. รางระบายน้ำ ควรมีการวางรางระบายน้ำบริเวณฝักบัวอาบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นเปียกและน้ำไหลนองพื้นห้องน้ำ นอกจากจะระบายน้ำออกไปด้วยรางระบายน้ำแล้ว ยังควรติดพื้นมีแผ่นยางหรือวัสดุกันลื่นวางไว้ที่พื้นอีกชั้นด้วย
  4. ฝักบัวอาบน้ำ ควรใช้ฝักบัวที่ปรับระดับได้ และติดตั้งก๊อกแบบก้านโยก เพื่อควรสะดวกสบายแก่ผู้สูงอายุที่อาจไม่ค่อยมีแรง ให้ท่านได้ใช้แรงน้อยที่สุด และสบายที่สุดในการทำกิจกรรมต่างๆ

พื้นที่ภายนอก 

  1. จัดสรรพื้นที่ภายนอกบ้านเพื่อช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ด้วยการทำกิจกรรมเบาๆ อย่างเช่น การทำสวน โดยเลือกใช้ สวนแนวตั้ง ที่ดูแลรักษาง่าย และเลือกปลูกพรรณไม้ที่มีสีสันหรือมีกลิ่นหอม
  2. พื้นทางเดินภายนอก ควรเป็นพื้นระดับเดียว มีความเรียบสม่ำเสมอกันทั้งผืน และควรเลือกใช้วัสดุพื้นซึ่งไม่ลื่นและช่วยลดแรงกระแทก หากเกิดการล้มหรืออุบัติเหตุก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงได้
  3. ติดตั้งราวจับทรงตัว ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดิน เป็นการสร้างแรงกระตุ้นในการใช้ชีวิตให้ผู้สูงอายุได้ฝึกเดิน เพื่อสร้างความมั่นใจที่ยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง
  4. จัดเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งพัก
  5. ปลูกต้นไม้ ไม่ประดับสีเขียว พื้นที่สีเขียวจะช่วยกระตุ้นความมีชีวิตชีวาให้กับผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.dop.go.th

http://www.thaincd.com

https://www.scgbuildingmaterials.com

https://www.onlinenewstime.com