การเลือกที่จะเข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายของผู้สูงอายุต่างประเทศจำนวนหนึ่งในประเทศไทย ท่ามกลางภาวะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีความตื่นตัวที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัยที่มีคุณภาพ การเรียนรู้มุมมอง วิธีคิดและการตัดสินใจของผู้สูงอายุต่างชาติที่ปรากฏในสารคดีตอนนี้อาจช่วยสร้างความรู้และทัศนคติใหม่ต่อการเตรียมตัวเป็นสังคมผู้สูงอายุของไทยให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

 
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีชาวญี่ปุ่นวัยหลังเกษียณมาพักอาศัยแบบระยะยาวหรือ long stay มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีมากถึงปีละ 4,000 คน ในประเทศญี่ปุ่นค่าครองชีพสูงมากเพราะต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลเพื่อเป็นค่าประกันสุขภาพกว่า 10% ของรายได้ และเมื่ออายุ 70 ปี จะต้องจ่ายเพิ่มเป็น 20% ทำให้มีชาวญี่ปุ่นวัยหลังเกษียณบางคนตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างถาวรเลยก็มี

ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยกำลังได้รับความนิยมในหมู่ชาวสวีเดนจนได้รับการกล่าวขานว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนสเปนแห่งใหม่เพราะสเปนเป็นประเทศแถบยุโรบใต้ที่มีอากาศอบอุ่นและชาวตะวันตกนิยมไปพักผ่อนตากอากาศ ซึ่งในไทยที่หาดสมุทร ต.ห้วยยาง อ.ทับสแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วง High Season จะมีผู้สูงวัยชาวตะวันตกเข้ามาพักอาศัยราว 4,000 คน

สวีเดนได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ เพราะมีการบังคับใช้กฎหมายรองรับสวัสดิการ เงินบำนาญ และมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบมายาวนานที่สุดและดีที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัย อัตราการก่ออาชญากรรมต่ำ

ผู้สูงอายุชาวต่างชาติส่วนใหญ่ใช้ VISA แบบ long stay หรือ Non immigrant VISA ซึ่งเป็นแบบพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี

บริบูรณ์ที่ต้องการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อพักผ่อนและไม่อนุญาตให้ทำงานในระหว่างที่พำนักในประเทศไทย มีอายุ 1 ปีนับตั้งแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย

 
ถึงแม้ว่าคุณภาพชีวิตหรือสวัสดิการรัฐที่ใช้เพื่อดูแลผู้สูงอายุในต่างประเทศจะดีอย่างไร ผู้สูงอายุบางคนก็ยังเลือกที่จะอยู่ในที่ที่ตัวเองสบายใจ เช่น ประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าต่อให้สถานที่นั้นดีแค่ไหนก็ไม่สามารถสร้างความสุขในหัวใจได้ แน่นอนว่าการเลือกใช้ชีวิตในช่วงวัยสูงอายุนั้นสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือความสบายใจและความสุขกับปัจจุบันมากกว่านั่นเอง